3*23 ใจแตก -เจ็ด-
posted on 30 Jan 2012 20:55 by realficคำเตือน
ระวัง ดราม่า มาม่า ราเมง
ทำยังไงถึงจะอ่านข้อความที่ถูกซ่อนได้
1. ตรวจสอบดูผลงานของตัวเองค่ะ ได้คอมเมนท์ใจแตก ตอนที่ 1 - 6 กันไปรึยัง ถ้ายังก็คอมเมนท์เลยค่ะ
2. เมลล์มาขอไฟล์ที่ realskyf@gmail.com โดยข้างในระบุยูสเนมที่ใช้ในการเมนท์ฟิค และระบุว่าคอมเมนท์ของตนเองเป็นคอมเมนท์ที่เท่าไหร่ในแต่ละตอน เช่น
ReaL*SkY
ตอนที่1 – #45
ตอนที่ 2 - #13
ตอนที่ 3 - #16
ตอนที่ 4 - #3
ตอนที่ 5 - *เมนท์ในเมลล์ ตามข้อความด้านล่าง
ตอนที่ 6 - #2
(หรือเวิ่นเว้ออื่นๆเพิ่มมาก็ได้ เราอ่านหมดแหละ แฮ่)
** ตอนที่6 เนื้อหาตรงฉากที่ถูกตัดเป็นใจความของตอน ดังนั้น ไม่ได้เมนท์กลับหลังได้ไฟล์ไปแล้ว เราขออนุญาตไม่ให้ไฟล์สำหรับตอน 7 นะคะ
ในกรณีที่เอกทีนเมนท์ไม่ได้ สามารถเมนท์แปะมาในเมลล์ ถ้าเมนท์ย้อนหลังกรุณาเมนท์ ให้ครบตามจำนวนตอน
สำหรับนักอ่านท่านใดที่แปะคอมเมนท์ในเมลล์ รบกวน replyต่อจากของเดิมมาเลย (หรือเอามาแปะรวมกัน) เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เราจะได้หาง่ายๆ
3. ถ้าเราตรวจสอบแล้วผ่าน รอรับไฟล์ทางอีเมลล์ได้เลยค่ะ
4. อ่านเสร็จแล้งคอมเมนท์ด้วยนะจ้ะ เพื่อความสะดวกสบายในโอกาสต่อไป มิฉะนั้น จะโดนตัดสิทธิ์ ฮี่ๆ
** เราระบุขั้นตอนการขอไฟล์ไว้ชัดเจนนะคะ(??) (อย่างน้อยก็มีตัวอย่างไว้ให้แล้ว)
ใครไม่ทำตามขั้นตอน เราขออนุญาตไม่ตอบเมลล์กลับค่ะ
หมายเหตุ
- ขอสงวนสิทธิ์มิให้ ส่งต่อไฟล์ ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาไปดัดแปลง
- เราจะพิจารณาจากเนื้อหาคอมเมนท์นะคะ ไม่ได้พิจารณาจากความยาว ถ้าเมนท์สั้นแต่อ่านแล้วจัดว่าเป็นความคิดเห็นที่เหมาะสม (ที่ตัดสินด้วยอารมณ์ของคนแต่ง =[]=) เราก็ให้ผ่านค่ะ
- เอ็นซีตอนนี้อร๊ายยยย ไม่พูดดีกว่า

Seven :: You & Me (กันและกัน)
“ไม่มีคำแก้ตัวหรอก สำหรับคนเลว” สิ้นคำของร่างสูง คชาก็เหมือนกับหมดแรงเอาเสียดื้อๆ ร่างเล็กปล่อยให้ร่างของตนหล่นลงมาในอ้อมกอดของป้าหลิงตามแรงโน้มถ่วง
แผ่นหลังของเต๋าที่กำลังเดินจากไปนั้นช่างดูว่างเปล่า สายลมเย็นๆพัดเข้ามาเบาๆจนร่างเล็กๆสั่นสะท้านไปหมด ของเหลวอุ่นๆถูกขับออกมาจากดวงตาเรียวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างน่าสงสาร ป้าหลิงได้แต่กอดคุณหนูน้อยๆที่เธอเฝ้าถนอมมาตลอดทั้งน้ำตา
...............
มีคนเคยบอกว่า คนเราถึงแม้เลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าเราจะเป็นใคร เราจะยืนอยู่ตรงไหน ที่ๆมีแต่แสงสว่าง หรือที่ๆมืดมิดไร้แสงไฟ
ฉันเอง.......ก็อยากจะเป็นเช่นผู้คนทั่วไป อยากยืนอยู่ตรงนั้น ที่ๆสว่างมากมายกว่าใครๆ แต่ทั้งที่กำลังไขว่คว้าแสงจ้านั้นเท่าไหร่ ยิ่งกลับรู้สึกว่า.........มันมืดมิดลงทุกที
แม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะหนาวสั่นซักแค่ไหน แต่ร่างกายบอบบางของใครบางคน ก็ยังคงปล่อยให้สายน้ำที่เย็นเฉียบ ไหลชะล้างตั้งแต่ศีรษะ เส้นผมสีดำสนิทเปียกจนไม่รู้จะเปียกยังไงแล้ว ผิวกายที่ขาวผาดดูซีดราวกับร่างกายที่ไม่มีเลือดไหลเวียน แต่อย่างนั้นร่องรอยแดงๆทั่วทั้งร่างกายก็ยังปรากฏเด่นชัด มันจะลบเลือนไปไม่ได้เลยเหรอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งนึกถึง ช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ อีกทั้งความเจ็บร้าวตรงบริเวณสะโพก และรอยแผลรอยช้ำตามร่างกายก็ยังคอยตอกย้ำอยู่
แขนทั้งสองข้างๆค่อยๆโอบกอดร่างกายนี้เอาไว้ ร่างกายที่กำลังสั่นสะท้าน ไม่รู้ว่าเพราะกำลังหนาว หรือเพราะกำลังกลัวอยู่กันแน่ แต่ที่แน่ๆ ยิ่งกอดก็เหมือนกับว่ายิ่งสั่น
เพราะว่าสายน้ำนั้นยังไหลอยู่ชะล้างตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้าไหลลงอย่างรวดเร็ว แบบนั้นจึงโกหกตัวเองได้ บอกตัวเองว่าไม่ได้อ่อนแอ บอกตัวเองว่าเรื่องแค่นี้ไม่เห็นเป็นไร
เพราะว่าพอไหลจากตาแล้ว ก็รวมไปกับสายน้ำพวกนั้นในทันที.............ก็เลยโกหกตัวเองได้ บอกตัวเองว่าเข้มแข็งได้ บอกตัวเองได้ บอกว่าฉันไม่ได้ร้องไห้
..........บอกว่าฉัน.........ไม่ได้อ่อนแอ......................
“คุณหนูคะ....คุณหนูคชา!!!!” หลิงร้องออกมาอย่างตกใจ เธอลงไปต้มข้าวต้มในครัวแป๊บเดียว พอขึ้นมาก็เห็นว่าคุณหนูของเธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหมือนตอนแรกแล้ว เสียงน้ำจากฝักบัวทำให้เธอวิ่งมาตรงห้องน้ำทันที ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ให้ลมเย็นๆพัดเข้ากระทบผิวกายที่สั่นหนาวเพราะน้ำเย็นๆอยู่แล้วนั้น ให้ยิ่งหนาวเข้าไปอีก
“คุณหนู!” หลิงตะโกนเสียงหลง บนผิวกายขาวซีดของคุณหนูของเธอ เต็มไปด้วยรอยแผลทั้งที่มีเลือดซึมอยู่บ้างและที่แห้งแล้ว ทั้งรอยฟกช้ำดำเขียว และรอยแดงๆ ที่กระจายอยู่ทั่งผิวขาว ร่างน้อยโยกตัวช้าๆ พลางพึมพำร้องเพลงอย่างติดๆขัดๆ ความหนาวทำให้คชาปากสั่นไปหมด เธอรีบวิ่งไปปิดน้ำทันทีก่อนจะใช้ผ้าขนหนูผืนหนา ห่อร่างบางๆเอาไว้
“E….Every place I ....g….go, I…..I think of you Every.... s…..song I sing, I….. sing for you…..” เสียงเล็กๆยังคงขับขานเพลงที่ใครบางคนเคยร้องให้ฟังยามที่หลิงโอบกอดร่างเล็กๆนั้นไว้แน่น
“คุณหนู....ไม่หนาวเหรอคะ…” หลิงกล่าวเสียงสั่น
“มะ....ไม่ฮะ....คชา.....ไม่หนาว...” แม้จะเป็นเสียงกล่าวตอบที่เบาแสนเบา แต่ก็ทำให้หลิงใจชื้น อย่างน้อย คชาก็ยังฟังเธอและกล่าวตอบออกมาได้ “คชา...ร้องเพลง.........เพราะมั้ย....ฮะ...”
หลิงเพิ่งสังเกตเห็น ดวงตาเรียวสวยของคุณหนูของเธอ แดงก่ำไปหมด ทั้งหยาดน้ำใสๆก็กำลังเริ่มไหลลงมาด้วย แต่นัยน์ตากลับเหม่อลอยราวกับไม่รับรู้สิ่งใด “เพราะค่ะ....เพราะมากเลย...” หลิงกระซิบพลางให้มือปาดหยาดน้ำอุ่นๆที่เริ่มไหลลงมาจากตากลมอย่างลนลาน ก่อนระรวบร่างเล็กขึ้นมาแนบอก
หลายปีแล้วที่หลิงไม่ได้อุ้มคุณหนูตัวน้อยๆคนนี้ แต่คุณหนูวัยสิบสามขวบของเธอยังคงตัวเล็กกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกันอยู่ตั้งมากมาย คชาจึงถูกอุ้มมาที่เตียงได้ง่ายกว่าที่ควรจะเป็น ร่างเล็กที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ นอกจากผ้าขนหนูสีขาวสะอาดตานี้สั่นไม่ยอมหยุด ไอร้อนๆแผ่ออกมาให้หลิงรู้ได้ไม่ยากว่าคุณหนูของเธอเป็นไข้ซะแล้ว
“คุณหนูนอนแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวหลิงจะไปเอายามาทาให้ แล้วก็ค่อยแต่งตัวนะคะ เดี๋ยวหลิงจะป้อนข้าวต้มให้ แล้วคุณหนูก็ต้องทานยาด้วยนะคะ” หลิงห้ามเสียงตัวเองไม่ให้สั่นพลางเอาผ้าห่มคลุมร่างของคชาไว้ก่อน แต่ดูเหมือนคชาจะไม่ได้ฟังที่เธอพูดเลย
ครู่เดียวหลิงก็กลับมาพร้อมกับยาสองสามอย่างในมือ คชาหยุดร้องไห้แล้ว แต่ก็ยังดูเหม่อลอยไม่รับรู้สิ่งใด หลิงจับคชาให้พลิกตัวนอนคว่ำ ก่อนที่เนื้อครีมสีขาวกลิ่นเอียนๆจะถูกป้ายลงไปตามรอยแผลอย่างแผ่วเบา แผลแล้วแผลเล่า เรียกหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าให้ร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย หลิงกลายเป็นคนที่ร้องไห้เป็นเด็กๆเสียแล้ว ทั้งที่คชายังคงนิ่งเฉยอยู่แบบนั้น
“ใครทำคุณหนูแบบนี้กันคะ....” เธอเอ่ยถามออกมาทั้งที่รู้ว่า ไม่อาจมีคำตอบใดเอื้อนเอ่ยออกมา หลิงจับคชาให้นอนหงายอีกครั้ง บาดแผลมากมายทำให้เธอต้องเบนสายตาออกจากภาพตรงหน้าก่อนจะสูดหายใจลึกๆแล้วกลับมาดูแลคชาต่ออีกครั้ง ทั้งรอยกัด รอยเล็บ รอยช้ำ รอยคิสมาร์ค ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคชาโดนอะไรมา
เสื้อผ้าชุดหนึ่งที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถูกนำมาใส่ให้คชาอย่างอ่อนโยน คล้ายกับตอนคชายังเป็นเด็กที่แต่งตัวไม่เป็น จะผิดกับก็ตรงที่เวลานั้น ดวงตาสีดำสนิทคล้ายผืนฟ้ายามราตรีนี้ ยังดูไม่ประสาพอจะรับรู้เรื่องราวของความเจ็บปวดในการมีชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้....คชารู้มันมากจนเกินไปกระมัง นัยน์ตาสวยถึงได้ดูหม่นเศร้าจนน่าใจหาย
ข้าวต้มอุ่นๆช้อนแล้วช้อนเล่าถูกป้อนเข้าปากบางอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว คชาไม่ใช่เด็กดื้อ ออกจะหัวอ่อนว่าง่าย ไม่เคยทำให้ใครต้องลำบากใจ ไม่เคยร้องไห้โยเยเหมือนเด็กคนอื่น ออกจะพูดน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ได้เป็นที่รักของพ่อกับแม่แม้แต่นิดเดียว ได้หลิงนี่แหละที่คอยประคบประหงมมาแต่เล็กแต่น้อย
หลังจากทานเข้าไปได้ค่อนถ้วย คชาก็ไม่อ้าปากกินข้าวต่อ หลิงจึงเอายาให้ทาน ซึ่งคชาก็ทำตามโดยไม่อิดออด หลิงขยับให้คชานอนในท่าสบาย ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงอก
“หลับซะนะคะ คนดีของหลิง พอตื่นขึ้นมาอีกที มันก็เป็นเพียงแค่ฝันร้าย....” เธอกล่าวพลางลูบศีรษะของคชาเบาๆ ไม่นานนักคชาก็หลับไปจนได้
แต่สิ่งที่หลิงพูดเป็นแค่คำปลอบใจก็เท่านั้น เมื่อคชาตื่นขึ้นมาเขาก็พบว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ฝันร้ายที่หลิงว่า แต่มันคือความจริง ที่คชา....ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย
...............................................
............................
...........
เมื่อเต๋ามาถึงอเมริกา เขาก็พบว่ายูกิ เพื่อนตัวเล็กของเขาก็มาเรียนต่อที่นี่เหมือนกัน ทั้งสองเรียนโรงเรียนเดียวกัน เป็นเพื่อนสนิทกัน เนื่องจากที่นี่มีคนหลายชาติหลายภาษามารวมกันอยู่หากๆได้อยู่กับคนรู้จักก็คงจะดีกว่าต้องอยู่คนเดียว
ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนๆว่า หากมีเต๋าอยู่ที่ไหน ยูกิก็จะอยู่ข้างๆ หากมียูกิอยู่ที่ไหนเต๋าก็จะคอยอยู่ข้างๆเช่นกัน ด้วยความที่เป็นเด็กตัวเล็กๆและนิสัยช่างอ้อนช่างเอาใจของยูกิ จึงไม่แปลกเลยที่จะมีข่าวลือว่าคนทั้งคู่คบกันอยู่
สองปีแล้วที่ทั้งคู่มาอยู่อเมริกา สนิทกันจนเปิดอกคุยกันในทุกเรื่อง มีเพียงเรื่องเดียวที่เต๋าไม่เคยพูดถึงเลยตลอดสองปี คือเรื่องที่มี คชาอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ดูเหมือนเรื่องของคชาจะเลือนหายไป จนคล้ายกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตของเต๋าเลย แต่การที่ไม่พูดถึงไม่ได้หมายความว่าจะลืม….
สายๆวันหนึ่งในหอพักนักเรียนห้อง 234 ของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในมิชิแกน เต๋าวัย15ปี กำลังนั่งชมทิวทัศน์ที่ขาวโพลนนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ทุกครั้งที่อากาศหนาว เขาจะนึกถึงเนื้ออุ่นๆ และผิวขาวนวลนุ่มๆของใครบางคน และจิตนาการไปว่าเขากำลังกอดคนๆนั้นเอาไว้
สองปีที่ผ่านเลยไปนั้น เต๋าพยายามจะตัดใจ บอกตัวเองว่าคนๆนั้นน่ารังเกียจแค่ไหน แต่มันก็เป็นได้แค่ความพยายามที่ไม่สัมฤทธิ์ผล เขายังรู้สึกว่า คชาอยู่ข้างกายเสมอ ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น จนบางครั้งเต๋ารู้สึกไปว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เต๋าพยายามจะทำให้กับยูกินั้น เหมือนกับที่เต๋าเคยทำกับใครบางคนหรือเปล่า
“เต๋าตื่นนานแล้วเหรอคะ” เสียงใสๆของยูกิทำให้เต๋าหลุดออกจากห้วงความคิดของตนได้อย่างง่ายดาย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นของยูกิโผล่เข้ามาให้ห้องก่อนที่จะเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เธอมักจะเปิดประตูโดยไม่เคาะขออนุญาตก่อนเสมอๆ แต่เต๋าก็ไม่เคยถือ
“ซักพักแล้วล่ะ หิมะตกหนักเชียว” ว่าแล้วก็กลับไปดูเกล็ดสีขาวที่สิ้นหวังกับการอาศัยอยู่บนท้องฟ้า และทอดตัวลงกับผืนดินอย่างแผ่วเบา
“คิดถึงใครอยู่รึเปล่าคะ” ยูกินั่งลงข้างๆ พลางยิ้มอย่างน่ารัก
“เปล่าหรอก.....กิชอบดูหิมะตกมั้ย” เต๋าเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“อื้อ....ชอบสิ มันสวยดี ทุกอย่างเป็นสีขาวไปหมด ดูบริสุทธิ์ไปหมด อีกอย่างชื่อยูกิน่ะ แปลว่าหิมะนะ” เต๋าฟังคำนั้นพลางนึกเปรียบเทียบไปถึงคนที่ไม่ชอบหิมะตกทั้งที่ไม่เคยเห็นหิมะจริงๆซักที
มันคือการสูญเสียอันแสนเศร้า หิมะสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อตกลงสู่ผืนดินก็ต้องแปดเปื้อน แล้วสุดท้ายก็ต้องมลายหายไป
..........ทั้งหนาว.......ทั้งเหงา............
ร่างเล็กๆที่ชอบซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขายามหน้าหนาวเคยว่าไว้
“นี่เต๋า....ยูกิมีเรื่องจะพูดด้วยล่ะ สำคัญมากๆเลย” เต๋ามองคนที่กำมือทั้งสองข้างของตัวเองไว้แน่นอย่างแปลกใจ
“อะไรเหรอ....”
“คือ....เต๋าไม่ได้คบกับคชาแล้วใช่มั้ย” ยูกิเปิดประเด็นด้วยชื่อของคนที่เต๋าไม่อยากเอ่ยถึงมากที่สุด เธอมองเต๋าที่เงียบไปโดยไม่ตอบอะไร ก่อนจะเอ่ยต่อไปอีก “ความจริงแล้วยูกิชอบเต๋ามาตั้งแต่ตอนอยู่ไทยแล้วล่ะ ถ้าเต๋าจะคบกับยูกิได้รึเปล่า”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆอย่างแปลกใจ เขารู้จักกับยูกิมานานแล้ว แต่ไม่เคยเอะใจเรื่องนี้เลยซักนิด คิดๆดูแล้วบางทียูกิอาจจะช่วยให้เขาลืมเรื่องที่อยากลืมก็ได้
ความเงียบของคนทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศอึมครึมลงโดยไม่ได้ตั้งใจ นานทีเดียวก่อนที่เต๋าจะเอ่ยอะไรออกมา “อืม จากนี้ไปเราคบกันนะ”
ยูกิฟังคำนั้น ก่อนที่รอยยิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูจะคลี่อวดฟันขาว คนตัวเล็กโถมกอดหาเต๋าอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ
“ขอบคุณนะ รักเต๋าที่สุดเลย” ร่างสูงชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมสีดำสนิทนั้นเบาๆ ไออุ่นที่ถ่ายทอดออกมาท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้เขาคิดถึง…..
รอยยิ้มหวานๆ ผิวขาวๆ ดวงตาเรียวสวย น่ารักน่าเอ็นดู ร่างบางๆ แต่ในอ้อมกอดของเขาไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่.....ไม่ใช่คชา........
.................
................................
................................................
มือหนาประคองหน้าหวานที่ซุกอยู่บนหัวเข่าขึ้นมาอย่างแสนถนอม ตาเรียวที่พราวไปด้วยหยาดน้ำใสกลับเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อ....เต๋าที่เขาคิดไปว่า เดินหนีเขาไปจนแสนไกลแล้ว กลับนั่งอยู่ตรงหน้าซะได้ เสียงสะอื้นดังๆก้องอยู่ในหู ยังกับฝันไปแน่ะ เพราะว่า.......มันเป็นเสียงของเต๋า
“อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะ อย่าทำร้ายตัวเองไปให้มากกว่านี้ ทุกเรื่องที่ผ่านมา ถ้าคนผิดใครคนใดคนหนึ่งระหว่างเราสองคน คนๆนั้นก็เป็นพี่เอง ทั้งๆที่คชากำลังอ้อนวอน แต่พี่กลับเป็นคนผลักคชาลงไปในความมืด ทั้งๆที่คชาคือคนที่โดนใครเขาทำร้าย แต่พี่กลับไม่เคยสนใจ ไม่เคยจะยอมเข้าใจความรู้สึกของคชา พี่ต่างหาก......เต๋าต่างหากที่ไม่น่าให้อภัยเลย.......” เต๋ากำลังร้องไห้ ไม่ผิดจากนั้นแน่ๆ
แต่ที่ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้....เต๋ากำลังร้องไห้อยู่แทบเท้าของคชามือหยาบๆกุมข้อเท้าของคชาไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าที่ดูหล่อคมคายเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครต่อใครนั้น ซบลงบนเท้าขาวๆที่วางชิดติดกัน โดยไม่ถือว่ามันเป็นของต่ำแต่อย่างใด สัมผัสเปียกๆชื้นที่คชารู้สึก ทำให้คชาต้องหดเท้าตัวเองกลับมาอย่างเร็ว แต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากการเกาะกุมของคนตัวโตได้
“พี่ปล่อยเถอะ แล้วก็เงยหน้าขึ้นด้วย คชาไม่ได้มีค่าถึงขนาดนั้น....” ร่างบางเอ่ยเสียงสั่น มันเจ็บมากขึ้น....มากขึ้นทุกที
“ไม่!! ยังไงก็ไม่ปล่อย!! พี่จะไม่ปล่อยจนกว่าคชาจะให้อภัยตัวเอง!! พี่ต่างหากที่ผิด!!!! โทษพี่บ้างสิคชา!!!” หยาดน้ำตาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากหลังเท้าขาวๆที่เปียกปอน เอ่อล้นลงมาถึงพื้นกระเบื้องสีฟ้า
“ก็ได้...เงยหน้าขึ้นมาก่อนนะฮะพี่” คชาเอ่ยอย่างจำยอม เขาอยากจะประคองใบหน้าของเต๋าขึ้นมาเองด้วยซ้ำ แต่...ไม่อยากจับ ไม่อยากให้เต๋าต้องพลอยน่ารังเกียจไปด้วย
ใบหน้าของเต๋ายามที่เงยหน้าขึ้นมานั้น ทำเอาคชาแทบร้องไห้ตามไปอีกระลอก ใบหน้าหล่อๆในตอนนี้ดูไม่ได้เลยจริงๆ คราบน้ำมากมายที่เปื้อนอยู่ตรงแก้มทั้งสองข้าง คชาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้มันนัก “พี่เต๋าไม่ผิดหรอกนะ...เป็นใครก็รับไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้พี่เต๋า ด่าคชาตบคชายังไงก็ไม่เป็นไร แต่อย่าร้องไห้นะ อย่าร้องไห้”
มือบางเอื้อมจะไปเช็ดน้ำตาให้กับคนตัวสูงอย่างเผลอไผล แต่แล้วก็รีบชักกลับมาเมื่อเรียกสติของตัวกลับมาได้
“ทำไมไม่จับล่ะคชา คชาให้อภัยตัวเองแล้วไง คชาไม่สกปรก ไม่สกปรกเลยซักนิด จับเถอะนะ บอกพี่ว่าคชายังรักพี่อยู่.....นะ” เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวที่ทำให้คชาอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าคนที่เขารักหมดใจอย่างเต๋าแล้วด้วย
คชาสัมผัสมันได้ใช่มั้ย......คชาจะแตะตัวพี่ได้ใช่มั้ย.......เรายังรักกันได้ใช่มั้ย
มือเล็กๆสั่นไปหมด ในตอนที่เอื้อมมาสัมผัสกับแก้มที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาพวกนั้น ร่างบางปาดมันออกช้าๆทั้งที่มือยังคงสั่นเทา หยาดน้ำตาพวกนี้....อุ่นเหลือเกิน
“พี่เต๋า.......” ร่างบางร้องคล้ายจะเป็นเสียงครางในลำคอซะมากกว่า ท่อนแขนเล็กๆเอื้อมไปกอดเต๋าจนได้ ทั้งๆที่เขาพยายามฝืนแล้ว สาบานได้เลย คชาพยายามแล้ว พยายามแล้วที่จะไม่กอดเต๋า แต่คำว่ารักที่เอ่อออกมา ทำให้เขาอึดอัดไปหมด จนต้องปลดปล่อยมันออกมา รักที่เขาตามหามาตลอด เต๋าที่อยู่ตรงหน้า “คชารักพี่.....รักพี่เต๋า....ไม่เคยเปลี่ยนเลย...คิดถึงแต่เรื่องของพี่....ฮึก...ในความทรงจำของคชา....ฮึก....มันมีแต่พี่.....มีแต่พี่เต๋าเต็มไปหมด....ฮึก”
ยิ้มน้อยๆคลี่ออกบนใบหน้าหล่อ ถึงจะดูขัดกับคราบน้ำตาพวกนั้นอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ดูเลวร้าย แขนแกร่งเอื้อมไปรัดร่างบางๆที่กำลังสั่นสะอื้นให้แน่นขึ้นอีก กลิ่นหอมๆของแชมพูจากผมสีดำขลับลอยออกมาแตะจมูกของเต๋า อย่างแผ่วเบา
“ทีนี้ คชาฟังพี่บ้างนะ” มือหนาเอื้อมไปสัมผัสกลุ่มผมสีดำสนิทนั้นอย่างอ่อนโยน แผ่วเบานัก แต่อุ่นซ่านลงไปในหัวใจดวงน้อย ราวหยดน้ำที่รินรดให้กับต้นไม้ใกล้ตายต้นนี้
“ถึงคชาจะคบเพื่อนแย่ๆ ถึงคชาจะโดดเรียน แต่คชาก็ยังเป็นคชา ถึงคชาจะกินเหล้าเข้าผับ หรือมีอะไรกับผู้หญิงคนไหน คชาก็คือคชา ถึงคชาจะไปอยู่กับผู้ชายคนไหน จะมีอะไรกับเขากี่ครั้ง แต่คชาก็เป็นคชา คชาที่ไม่ได้รักคนพวกนั้น คชาที่ยังรักแต่พี่ ถึงคชาจะไม่กลับบ้าน ถึงคชาจะขายตัวไปแล้วจริงๆ ถึงคชาจะยังเรียนไม่จบ แต่คชาก็คือคชา คชาเป็นอะไรรู้มั้ย”
เต๋าเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยคชาออกจากอ้อมกอด ดวงตาเรียวที่ยังมีหยาดน้ำตาเอ่ออยู่นั้น เหลือบขึ้นมองอย่างน่าเอ็นดู ร่างสูงจ้องหน้าร่างบางราวกับกำลังรอคำตอบ คชาจึงจำต้องส่ายหน้าตอบทั้งน้ำตาอย่างช่วยไม่ได้
“คชาก็คือคชา.......คนที่พี่รัก” ร่างทั้งร่าง ถูกรั้งลงมาอิงอยู่บนแผ่นอกกว้าง คชาแนบหูตรงอกข้างซ้ายของเต๋าเบาๆ จังหวะของหัวใจที่ถี่รัว ไม่ได้เปลี่ยนไปจากสิบปีก่อนเลย
รัก...รัก...รัก...รัก...รัก
“รักเหลือเกิน...ได้ยินรึเปล่าคนดี.....” เต๋าถาม พลางสูดกลิ่นจากกลุ่มผมสีดำสนิทนั้น คชาไม่สามารถตอบคำไหนออกมาได้อีกแล้ว ร่างบางซุกเข้าหาอกอุ่นๆอย่างโหยหา ทดแทนความอบอุ่นที่พระเจ้าพรากมันไปจากเขา
[เนื้อหาไม่เหมาะสม]
............................................................
………..
อากาศเย็นสบายรอบๆ ทำเอาเต๋าไม่อยากลุกจากที่นอนเลย ยิ่งมีคนตัวนิ่มๆอุ่นๆให้นอนกอดแบบนี้แล้วด้วย เต๋าคลายอ้อมกอดอย่างระมัดระวังกลัวจะทำให้คนตัวเล็กตื่น ร่างสูงลุกขึ้นนั่งก่อนจะสะบัดหัวไล่ความง่วงงุนออกไป ในเมื่อเขาเพิ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง แถมก่อนนอนก็เล่นเอาซะเหนื่อย ทว่าเวลานี้ เขามีเรื่องราวที่จะต้องสะสาง
เต๋าหันไปมองคนตัวเล็กที่แทบจะจมหายไปในผ้าห่มอย่างเอ็นดู ก่อนจะใช่ฝ่ามือลูบบนหน้าผากมนเบาๆ พลางนึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับรู้มาเมื่อคืน ดูเหมือนอุณหภูมิในร่างกายของคชาจะลดลงแล้ว แต่ร่องรอยจากความเหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานั้นยังปรากฏอยู่ให้เห็น ร่างบางๆขยับตัวน้อยๆก่อนจะซุกเข้าไปในผ้าห่มเพื่อหาไออุ่นอีก เต๋าละมือออกในทันทีด้วยเพราะกลัวว่าร่างบางจะตื่นขึ้นมาซะก่อน
ครืด....ครืด......
เครื่องมือสื่อสารแบบพกพาของเต๋าสั่นแรงๆเป็นการบ่งบอกว่ามีข้อความเข้า
.....อยู่หน้าบ้านแล้วล่ะ ลงมารับหน่อยสิ ^ ^....
เต๋าอ่านข้อความนั้นอย่างนึกรังเกียจ จนพลอยขยะแขยงตัวเองไปด้วย สิบปีที่เขากลายเป็นคนโง่ ไม่รู้อะไรซักอย่าง ยังไงวันนี้เขาก็ต้องรู้ให้ได้ ว่ายูกิเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไง ทนอีกนิดนะคชาแล้วต่อจากนี้ เต๋าจะไม่ยอมให้คชาต้องร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว
อย่าลืมเซฟคอมเมนท์นะคะ
